FILM

 

 

Who's to say

What's impossible

Well they forgot

This world keeps spinning

And with each new day

I can feel a change in everything

And as the surface breaks reflections fade

But in some ways they remain the same

And as my mind begins to spread its wings

There's no stopping curiosity

 

I want to turn the whole thing upside down

I'll find the things they say just can't be found

I'll share this love I find with everyone

We'll sing and dance to Mother Nature's songs

I don't want this feeling to go away

 

 

       Upside Down เพลงของหนุ่มชาวเกาะที่ชื่อ Jack Johnson มากับเสียงกีตาร์โปร่งในจังหวะเซิร์ฟๆ ซึ่งเป็นบทเพลงที่ทำขึ้นมาสำหรับภาพยนตร์เรื่อง Curious George เป็นการ์ตูนสำหรับเด็ก.....แต่ถ้าผู้ใหญ่ดูแล้วสนุกไปกับมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

 

      มีใครเริ่มเบื่อการ์ตูนประเภทนี้บ้างการ์ตูนสามมิติมีชีวิตสมจริงแต่ดูเหมือนขาดบางสิ่งบางอย่างที่เรียกว่าหัวใจ, ตัวละครที่เป็น สัตว์ สิ่งของพูดมาก คิดมากได้เหมือนมนุษย์ และก็บ่นนู่นบ่นนี่บลาบลาาาาาาบลา   เพราะใน Curious George ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นจะไม่มี การ์ตูนลายเส้นรูปทรงเรียบง่ายมีความกลมมนไม่มีมุมแหลม(มันดูไม่เป็นอันตรายเหมือนของเล่นฝึกทักษะตอนอนุบาล) ไม่ซับซ้อน สีที่ใช้ก็พื้นฐานมากๆต้องใช้คำว่า  แดงแป๊ด เหลืองอ๋อย เขียวปี๋  ซึ่งทั้งหมดอยู่ในพื้นฐานของคำว่าเรียบง่ายซึ่งมันก็สอดคล้องไปได้ดีกับดนตรีของแจ็ค”  เครื่องดนตรีน้อยชิ้นเรียบง่ายโครงสร้างไม่ซับซ้อน และเป็นดนตรีที่มีกลิ่นทะเล(ในเรื่องจอร์จก็เป็นลิงที่อยู่บนเกาะชายทะเล) และอีกข้อที่สำคัญก็คือ เจ้าลิงจอร์จมันพูดภาษาคนไม่ได้! มันพูดได้แต่เจี๊ยกๆ  และมันก็ไม่ได้มีความคิดแบบผู้ใหญ่แบกโลกด้วย  กลับกันคือจอร์จเป็นตัวแทนความคิดของเด็กๆ ที่ตื้นเต้นไปกับ แว่นขยาย....เวลาส่องสิ่งของที่ดูเล็กๆน้อยๆไม่สำคัญมันก็ดูใหญ่โตมีความสำคัญขึ้นมา, สี....เวลานำสีๆหนึ่งมาผสมสีหนึ่งก็จะได้อีกสีหนึ่ง, สีที่หยดลงในในน้ำ....สีกำลังเต้นระบำล้อเล่นกับน้ำจนในที่สุดก็จางหายไป, ฟองสบู่....เวลาที่มองเข้าไปใกล้ๆฟองสีรุ้งเราจะเห็นหน้าเราอันบิดเบี้ยว  ซึ่งทั้งหมดมันเป็นเรื่องใหม่บนโลกใบนี้สำหรับเขา  อยากให้ผู้ใหญ่บ้านเราเข้าใจซักทีว่าเด็กดีมีคุณธรรมจริยธรรมไม่ได้เกิดจากการหลับหูหลับตาบอกว่าโลกนี้มีแต่สีขาวทั้งที่หลับหูหลับตามองเห็นแต่สีดำ! ไม่ได้เกิดจากการสร้างกฎระเบียบหรือข้อห้ามที่สร้างขึ้นมาให้แมงมุมอาศัย แต่มันเกิดจากการเรียนรู้ ความอยากรู้อยากเห็นเราแค่อยู่เคียงข้างและบอกเขาในบางครั้งก็พอ.

 

 

Gong Gumade

 

 

edit @ 10 Oct 2007 14:02:12 by gument

edit @ 10 Oct 2007 19:00:43 by gument

 

 

แด่หนังครอบครัวที่ส บูร  ์แบบ.............................?     ครอบครัวขี้แพ้สมบูรณ์แบบ ประกอบไปด้วย

 

-คุณลุงโคเคน น่ามอบรางวัลให้เป็นคุณลุงตัวอย่าง ที่มีคำสอนดีให้แก่ลูกหลานเอ็งเป็นหนุ่มอายุ15 แล้วนะอึ๊บสาวให้เยอะๆ อย่าอึ๊บคนเดียว วัยนี้เอ็งยังขบหญ้าอ่อนๆได้เยอะ พออายุ18 เอ็งก็ทำไม่ได้แล้ว(เอ๊า ติดคุกซิครับ) ชั้นน่ะเคยอึ๊บจนจ้าวนั่นสุกเลยว่ะฮ่าฮ่า จำไว้อึ๊บสาวให้เยอะๆ”  อีกทั้งยังสอนหลานสาวตัวเล็กให้เต้นเพลงนางแมวยั่วสวาท  โถ...ตาสิงห์โคเคนแกหายใจเข้าเป็นโคเคนและก็ไม่ได้หายใจเพราะโคเคน loser ระดับอาวุโส

 

- คุณน้าชาย..แฟรงค์ นักเรียนที่ได้รับทุนอันทรงเกียรติอันดับ1ของพรูสท์ คุณน้าแฟรงค์ดูชีวิตออกจะซันไชน์ๆ แต่ดั๊นไม่มีความสุขจนกรีดข้อมือคิดฆ่าตัวตาย(ย้อนกลับไป... คุณน้าแฟรงค์หลงรักคนๆหนึ่ง แต่คนๆนั้นเขาดันไปชอบนักเรียนทุนอันดับ2 ของพรูสท์  และเจ้าอันดับ2 ก็ดูเหมือนจะเป็นผู้ชนะอันดับ1กลายๆเพราะประสบความสำเร็จทั้งการงานและความรัก ตรงกันข้ามกับน้าแฟรงค์.... ชีวีตรักโดดเดี่ยว แถมโดนไล่ออกจากงาน เครียด..ซึมเศร้า..ฆ่าตัวตาย     อ้อ! ลืมบอกไปว่าเจ้าเด็กอันเป็นที่รัก กับเจ้าคู่แข่งอันดับหนึ่งที่พลิกชีวิตคุณน้าแฟรงค์คนนี้เป็นผู้ชายกันทั้งนั้น!!)  โถ....พ่อ loser เพศที่3

 

-คุณพ่อริชาร์ด คุณพ่อผู้หมกมุ่นในความสำเร็จ  ผู้สร้างทฤษฎีบันได 9ขั้นสู่การเป็นผู้ชนะ ซึ่งหวังเอาไว้ว่ามันจะถูกออกมาตีพิมพ์กลายเป็นหนังสือเบสท์เซลเลอร์ แล้วก็ตระเวนออกสื่อ ออกขายเป็นดีวีดี วีซีดี สร้างกระแสให้มันบูม ประมูลขายให้กับผู้ที่สนใจ นี่แหละศาสตร์ชั้นสูงของการตลาดและอีกยัง.....บลาบลาบลา  Hey!ครอบครัวเราสุขสบายกันละทีนี้ แต่ว่าโปรเจคนี้มันก็ล้มซะไม่เป็นท่า คุณพ่อที่พูดแต่เรื่องความสำเร็จ ชัยชนะ 

ลูกจะประกวดลิทเทิลมิสซันไชน์ ลูกคิดว่าจะชนะหรือเปล่า ถ้าไม่ เราจะไม่ไป” 

 

ผมคิดว่าที่ลูกสัญญาว่าจะไม่พูดจนกว่าได้เข้าโรงเรียนทหารอากาศ ผมมองว่ามันเป็นสิ่งที่ดีนะ ลูกมีเป้าหมาย ตอนนี้เจ้าลูกชายกำลังอยู่ในขั้นบันไดแห่งความสำเร็จขั้นที่4 (อะนะ)”

คุณพ่อครับ คุณคือ louserตัวพ่อเลยครับ!

 

-ลูกชายคนโต ดเวย์น  ชายหนุ่มที่อ่านหนังสือของนิทเช่ เกลียดทุกๆคน ไม่เที่ยว และยังไม่ได้อึ๊บสาว.......... เขาสัญญากับตัวเองเอาไว้ว่าถ้ายังเข้าโรงเรียนทหารอากาศไม่ได้ก็จะไม่พูด ดเวย์นไม่ได้พูดมาเป็นเวลา 9เดือนแล้ว เขายังไม่รู้ว่าตัวเองตาบอดสี(ตาบอดสีเข้าโรงเรียนทหารอากาศไม่ได้) loserผู้เงียบขรึมและแอบเก็บกด

 

-ลูกสาวคนเล็กโอลีฟ ชื่อโอลีฟเหมือนแฟนป๊อปอายปู๊นๆในการ์ตูน  แต่หุ่นของเธอไม่ได้ผอมบางเหมือนโอลีฟในการ์ตูนแต่เธอคือเด็กผู้หญิงอ้วนๆธรรมดาๆคนหนึ่งที่ไปประกวดความงามของเวที Little Miss Sunshine ระดับภูมิถาคได้อันดับที่2 แต่กลับได้ไปประกวด Little Miss Sunshine ระดับรัฐ เพราะอันดับ 1โดนปรับแพ้ไปเพราะกินยาลดความอ้วน!!!      ดังนั้นพวกเราทั้งครอบครัวจึงต้องเดินทางไปงานประกวด Little Miss Sunshine เพื่อที่จะได้เป็นผู้ชนะกับเขาซักที 

 

 

 

เป็นไอ้ขี้แพ้มันก็ดีเหมือนกันนะ การที่รู้ข้อผิดที่เราได้ทำพลาดไป เราอย่าทำเป็นลืมๆมันไปซะ แต่เก็บมันเอาไว้ แล้วมองดูข้อผิดพลาดนั้นไว้ว่าเราจะไม่ทำอีก เป็นบทเรียนที่ดี(ไอ้ขี้แพ้กลับกลายเป็นคุณครูเสียเเล้ว)  การที่เรารู้จักล้มก็ทำให้เรารู้วิธีลุก 


 

 

 

Little Miss Sunshine ในโลกแห่งมายาคติ

 

    มายาคติ คือ การสื่อความหมายด้วยคติความเชื่อทางวัฒนธรรมซึ่งถูกทำให้ดูเนียนๆเหมือนกับเป็นเรื่องธรรมชาติ มันมีอยู่รอบๆตัวเราโดยไม่ได้ปิดบังเลยในโลกบริโภค คล้ายๆเป็นภาพที่ลวงทั้งตาและลวงทั้งใจ อาจจะดูงงๆ ยกตัวอย่างเช่น โฆษณาผงซักฟอกในบ้านเราที่เมื่อก่อนจะต้องมีฉากที่ถ่ายการซักผ้าจนให้เห็นอณูของเนื้อผ้าที่แสนระเอียดกับคราบที่ฝังลึกและมีเม็ดสีฟ้าๆคอยกำจัดคราบนั้นให้หายไปในพริบตา ถ้าเป็นปัจจุบันก็จะเป็นรูปคนซักผ้าด้วยมือคนเดียวถ้าคุณใช้ผงซักฟอกชนิดนี้ก็เหมือนมีคนเป็น10คนมีมือเป็น10มือ(มึงเป็นทศกัณฑ์เหรอ) หรือการซักผ้าที่ให้ความขาวหลายระดับถ้าใช้ผงซักฟอกของเราจะขาวมากกกกกก ซึ่งทั้งหมดล้วนให้ความรู้สึกอันเดียวกัน มันขาวลึกล้ำจริงๆว่ะ ขาวมากมายขาวสะดวกสบายไม่ต้องออกแรงมาก คราบสกปรกก็หายหมดสิ้น ซึ่งทั้งหมดดูจะเป็นมายาคติ คติที่ลวงตา กลับมาที่ Little Miss Sunshine  ดูเหมือนจะมีเรื่องราวที่แฝงไปด้วยเรื่องของมายาคติในหลายๆ ฉาก เช่น 

 

-การสร้างทฤษฎี 9 ขั้นบันไดของความสำเร็จ 

ใครๆก็อยากที่จะเป็นผู้ชนะไม่มีใครอยากถูกเรียกว่าไอ้ขี้แพ้หรอก แล้วเราจะทำยังไงดี? นี่มันกำเนิดHOW TO นี่หว่า เพราะทุกคนต้องการที่จะเป็น................   พ่อรวยสอนลูก(อดีตนายกrecomended) หักหลักผู้ชาย หักหลังกระเทย สารพัดจีบหญิง และ HOW TOผู้สำเร็จ ผู้ชนะต่างๆ.....  แต่ถ้าหากทุกคนเป็นผู้ชนะกันหมดแล้วใครจะเป็นผู้แพ้? น่าจะมีหนังสือHOW  TO ไอ้ขี้แพ้มาขายบ้าง แต่คงขายไม่ค่อยดีเพราะทุกคนคงเข้าใจกันหมดแล้ว๕๕ 

 

-ฉากที่ครอบครัวกินอาหารเช้าในร้านแดกด่วน 

ทุกๆคนกินกาแฟ ขนมปัง สลัดผัก มีแต่เจ้าลูกสาวคนเล็กสั่งอาหารเช้าเป็นไอศกรีมจิ้มด้วยวาฟเฟิลชิ้นโตตามประสาเด็ก คุณพ่อริชผู้มีความสำเร็จกับบันได 9 ขั้นเป็นสรณะ ได้ออกเตือนลูกสาวว่าลูกรู้มั้ยว่าในไอศครีมทำมาจากนมวัว นมวัวมีไขมัน ไขมันจะไปอยู่ในตัวลูก ลูกจะอ้วน แล้วนางงามอ้วนหรือผอมลูกสาว: กรูแดกไม่ลงแล้ว..  คนอื่นๆในครอบครัว: มึงน่ะ ชัท อัพ เหอะพ่อผู้แสนดี........ คนสวยคือคนผอม ก็ดูอย่างนางงามซี่  ดูอย่างนางแบบ ดูอย่างคนในแม็กกาซีน ใส่เสื้ออะไรก็สวย เพราะเสื้อถูกดีไซน์มาสำหรับคนผอม(บางทีเทรนด์คนผอมใส่เสื้อผ้าดูดีอาจเกิดจากการลดต้นทุนการผลิต การใช้ผ้าให้น้อยชิ้นและชิ้นน้อยก็ได้..หุๆ) แล้วคนอวบ คนอ้วนจะใส่อะไร? อะไรวะ ยุคดาวินชี่คนอวบยังดูเซ็กซี่อยู่เลย

 

-ฉากในงานการประกวดนางงามเด็ก

เด็กหญิงผมบลอนด์ที่ดัดผมเป็นลอนตามประเพณีนิยมในการประกวด การเมคอัพใบหน้าที่น่าจะใช้เกรียงปาดมากกว่าใช้แปรงปัดจนไม่รู้หน้าที่แท้จริง  การใช้แอร์บรัชพ่นสีผิวให้ดูเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน(เมื่อทำออกมาทั้งหมดเสร็จแล้วจะกลายเป็นตุ๊กตายางรุ่นP.R.A.K.  P.H.O.O.  Y.A.O) โลกนางงามของผู้ใหญ่ถูกย่อส่วนลงให้กับเด็ก มันถูกย่อส่วนเพียงขนาดแต่รูปแบบ วิธีการยังคงเหมือนเดิม สวยจากการตกแต่งไม่ใช่สวยงามอย่างธรรมชาติ สิ่งที่ได้กลับมาคือ.... เด็กที่เป็นผู้ใหญ่เกินตัว(แถวบ้านเรียกว่าแก่แดด) มันเป็นความสวยงามในอุดมคติของรูปแบบงาน ของคณะกรรมการ(ซึ่งไม่ต่างไปจากงานประกวดร้องเพลงเด็กในบ้านเราที่ย่อส่วนมาจากการประกวดร้องเพลงของผู้ใหญ่โอลีฟอ้วน พุงป่อง รวบผมไม่ได้ดัด ไม้ได้แต่งหน้า โชว์ความสามารถพิเศษเต้นแร้งเต้นกาในเพลงนางเเมวยั่วสวาทแบบเด็กๆ มันอาจดูเป็นตัวประหลาดในเวที แต่จริงๆแล้วมันกลับกัน หนูคือนางงามในงาน แต่คนอื่นๆล้วนเป็นตัวประหลาด.

 

เพิ่มเติมเรื่องมายาคติอย่างละเอียด

http://www.midnightuniv.org/midnight2545/document9683.html

 

 

Gong Gumade  , Jin Gumade

   

 

edit @ 22 Oct 2007 18:17:53 by gument

edit @ 22 Oct 2007 19:31:47 by gument